บริษัท ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ UPA ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เบนเข็มสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ภายหลังบริษัท ประกาศเข้าลงทุนในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศลาว ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบการทำธุรกิจที่ใช้คริปโทเคอร์เรนซี หรือ เหมืองขุดคริปโทฯ (Cryptocurrency Mining) ในช่วงต้นเดือนพ.ย.2564

ล่าสุด บริษัทแจ้งความคืบหน้าในช่วงกลางเดือนก.พ.2565 ที่ผ่านมา ในส่วนของวงเงินลงทุนที่ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 817.7 ล้านบาท ในเครื่องขุดเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี กำลังแรงขุด 8,000 เครื่อง

ทั้งนี้ UPA มั่นใจในการดำเนินธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี และจะเดินตามแผนซื้อเครื่องขุดเหรียญจำนวน 8,000 เครื่อง ตามที่ได้แจ้งไว้ แบ่งเป็น จำนวน 6,000 เครื่อง ที่บริษัทลงทุนร่วม Asia Investment and Financial Services Sole Company Limited (AIFS) สัดส่วน 50 : 50 ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นในเดือนมี.ค. ส่วนอีก 2,000 เครื่อง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนก.พ.นี้ทันที

นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนพานักลงทุน VIP ไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของเหมืองขุดฯ ขนาด 30 เมกะวัตต์ ที่ได้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวในช่วงไตรมาส 2 ปี 2565

สำหรับพันธมิตร AIFS เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศลาว มีสินทรัพย์มากกว่าแสนล้านบาท มีหลายกลุ่มธุรกิจ และมีความหลากหลายมากที่สุดในประเทศลาว ทั้งด้านสาธารณูปโภคด้านพลังงาน โลหะมีค่า การก่อสร้าง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริการด้านการธนาคารและเงิน บริการโทรคมนาคมและไอทีโซลูชัน เป็นต้น

โดยประเทศที่ AIFS เข้าไปดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่า สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศไทย

ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี ของ UPA จะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

1. UPA เป็นผู้ลงทุน โดย UPA และ AIFS จะถือหุ้นร่วมกันในบริษัทโฮลดิ้งที่จะจัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ (Singapore Holding) และ Singapore Holding จะถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศลาวแบบโฮลดิ้ง (Laos Holding) เช่นกัน

โดย Laos Holding จะเข้าลงทุนร่วมกับหุ้นส่วนในประเทศลาว และจะเข้าถือหุ้นในบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นในประเทศลาว เพื่อขอรับใบอนุญาตสำหรับการทำธุรกิจเหมืองคริปโทเคอร์เรนซี (Operation Company) ในสัดส่วนร้อยละ 50 และร้อยละ 50 ตามลำดับ ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ทั้งนี้ UPA และ AIFS ผ่าน Laos Holding จะเป็นผู้รับผลประโยชน์ หรือเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีที่ขุดได้ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของ Operating Company ที่ได้รับจากเหมืองขนาด 30 เมกะวัตต์ ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว

แบ่งเป็น การซื้อไฟฟ้าจำนวน 20 เมกะวัตต์ จากเหมืองที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ประเทศลาว ซึ่งสามารถรองรับเครื่องขุดคริปโทเคอร์เรนซีได้ถึง 6,000 เครื่อง และการซื้อไฟฟ้า 10 เมกะวัตต์ เพื่อสำรองการขยายโครงการ

2. การฝากเครื่อง บริษัทจะลงทุนในเครื่องขุดคริปโทเคอร์เรนซี จำนวนไม่เกิน 2,000 เครื่อง เพื่อเข้าทำสัญญากับบริษัทในประเทศลาว ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจเหมืองคริปโทเคอร์เรนซี

โดยบริษัท มีหน้าที่จัดหาเครื่องขุดฯ และคู่สัญญามีหน้าที่ดำเนินการธุรกิจเหมืองคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งรวมถึงการจัดหาและรับผิดชอบค่าไฟฟ้า คนงาน และค่าใช้จ่ายๆ อื่น ซึ่งบริษัทจะได้รับผลประโยชน์ในสัดส่วนร้อยละ 60 และคู่สัญญาได้รับผลประโยชน์ร้อยละ 40 ของเหรียญที่สามารถขุดได้

ทั้งนี้ การลงทุนในธุรกิจเหมืองคริปโทเคอร์เรนซี จะเป็นการขุดคริปโทเคอร์เรนซีสกุลบิตคอยน์ (BTC) เป็นหลัก แต่บริษัท จะพิจารณาปรับเครื่องขุดบางส่วนเพื่อขุดคริปโทเคอร์เรนซีสกุลอื่นด้วย เช่น อีเธอร์ (Ether) หรือ ไลท์คอยน์ (Litecoin) โดยวงเงินลงทุนสามารถทยอยลงทุนเป็นเฟสๆ

อ้างอิง
https://www.bangkokbiznews.com/business